ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะบกพร่องทางปัญญาในผู้สูงอายุ จังหวัดเชียงราย

ฐาปกรณ์ เรือนใจ,สุคนธา ศิริ, ดุสิต สุจิรารัตน์,
โชคชัย หมั่นแสวงทรัพย์, แอนน์ จิระพงษ์
สุวรรณ,

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่มี ความสัมพันธ์กับภาวะบกพร่องทางปัญญาในผู้สูงอายุ จังหวัดเชียงราย ทำการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิสอง ขั้นตอน คือ ตามพื้นที่และช่วงอายุ จำนวน 400 คน จากอำเภอแม่จัน อำเภอแม่สาย อำเภอเทิง และอำเภอ
เมือง เก็บข้อมูลระหว่างเดือนเมษายน ถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2556 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบทดสอบสมรรถภาพสมองเบื้องต้นฉบับภาษาไทย พ.ศ.2545 (MMSE-Thai 2002) และแบบทดสอบคัดกรอง ของภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ (modified IQCODE) ในการคัดกรองภาวะบกพร่องทางปัญญาและแบบ
สัมภาษณ์ ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจัยด้านสุขภาพ ปัจจัยด้านพฤติกรรมเสี่ยง ปัจจัยด้านการนอน และปัจจัยด้านสังคม ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุจังหวัดเชียงรายมีความชุกภาวะบกพร่องทางปัญญาร้อยละ 36.5 เมื่อสรุปผลแบบขนาน แต่อย่างไรก็ตาม พบความชุกร้อยละ 18 เมื่อสรุปผลแบบอนุกรม ผลการวิเคราะห์
ถดถอยพหุแบบลอจิสติก พบว่าปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะภาวะบกพร่องทางปัญญา ได้แก่ อายุ การออกกำลังกาย การอ่านหนังสือ และกิจกรรมการคำนวณ (p<0.05)เมื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาในครั้งนี้กับรายงานในระดับประเทศ พบความชุกของภาวะ ภาวะบกพร่องทางปัญญาสูงกว่า ดังนั้นข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งนี้คือ ควรมีกิจกรรมในส่วนการเฝ้า
ระวัง เช่น การคัดกรองภาวะบกพร่องทางปัญญาในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 80 ปีขึ้นไป และผู้ที่ได้รับ ผลบวกจากการคัดกรองทั้งสองเครื่องมือ ควรมีการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาอย่าง ทันท่วงที นอกจากนี้ยังพบว่า การออกกำลังกาย การอ่านหนังสือและกิจกรรมการคำนวณ เป็นปัจจัยที่มี
แนวโน้มในการป้องกันการเกิดภาวะภาวะบกพร่องทางปัญญาดังนั้นควรมีการจัดโปรแกรมส่งเสริม กิจกรรมเหล่านี้ให้เหมาะสมกับบริบทของผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย