ระยะเวลาการรอดชีพและปัจจัยพยากรณ์โรคของผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็กระยะลุกลาม ที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า


สุจิตรา  พจน์เสถียร  ,ดุสิต  สุจิรารัตน์,มธุรส  ทิพยมงคลกุล, ไนยรัฐ  ประสงค์สุข

การศึกษาแบบย้อนหลังนี้เป็นการศึกษาการรอดชีพของผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็กระยะลุกลามที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าตั้งแต่ 1 มกราคม 2547 ถึง 31ธันวาคม 2551 จำนวน 300 ราย โดย 150 รายได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดอย่างเป็นระบบ และอีก 150 รายได้รับการรักษาแบบประคับประคอง เก็บข้อมูลโดยการคัดลอกข้อมูลจากแฟ้มเวชระเบียนผู้ป่วยลงในแบบบันทึกและติดตามสถานะสุดท้ายของผู้ป่วยถึง 1 กรกฎาคม 2554 จากแฟ้มเวชระเบียน และจากทะเบียนราษฎร์ในกรณีที่ผู้ป่วยเสียชีวิต
ผลการศึกษาพบว่า  อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยคือ 63.4 ปี พบเพศชายมากกว่าเพศหญิง (2.21:1) ร้อยละ 76 ของผู้ป่วยอยู่ในระยะที่ 4 ชนิดของเซลล์ที่พบมากที่สุดคือ adenocarcinoma (ร้อยละ 59.3) โดยผู้ป่วยร้อยละ 62.7 สูบบุหรี่ ร้อยละ 48.3 ของผู้ป่วยมี ECOG scale 1-2 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 46.3) มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นเพียงอวัยวะเดียว ค่ามัธยฐานระยะเวลาการรอดชีพของผู้ป่วย 32 สัปดาห์ (95%CI = 27.03-36.97), อัตราการรอดชีพที่ 1 ปีและ 2 ปี เท่ากับร้อยละ 33.2 (95%CI, 27.71-38.49) และร้อยละ10.5 (95%CI, 6.97-14.03) ตามลำดับ ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดอย่างเป็นระบบมีระยะเวลาการรอดชีพที่ยาวนานกว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแบบประคับประคองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.0001). เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงซ้อน พบว่าผู้ป่วยที่สูบบุหรี่, ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะที่ 4, จำนวนอวัยวะที่เพิ่มขึ้นที่เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไป, ผู้ป่วยที่มี ECOG scale 3-4 และผู้ที่ได้รับการรักษาแบบประคับประคอง มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง
การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดอย่างเป็นระบบช่วยเพิ่มมัธยฐานการรอดชีพ และอัตราการรอดชีพที่ 1 ปี และ 2 ปีในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์ขนาดเล็กระยะลุกลาม ดังนั้นหากผู้ป่วยรายใดที่มีสภาพร่างกายดี ควรได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดอย่างเป็นระบบ