อุบัติการณ์และปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อ E.coli ที่สร้าง ESBL ในผู้ป่วยในที่มีการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ
โรงพยาบาลตากสิน สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร


สมหญิง ทิพย์มงคลม รศ.กุลยา นาคสวัสดิ์,รศ. ดุสิต สุจิรารัตน์, พญ.สุพรรณี จิรจริยาเวช,

การศึกษา retrospective cohort นี้เพื่อศึกษาอุบัติการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อระบบ
ทางเดินปัสสาวะในโรงพยาบาลจากเชื้อ E.coli ที่สร้าง ESBL โดยรวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียนของ ผู้ป่วยใน
โรงพยาบาลตากสิน สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554 จำนวน
937 ราย โดยมีอัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิงเท่ากับ 1: 1.2 อายุเฉลี่ย 56.9 ± 23.5 ปี ร้อยละ 65.3 นอนพักรักษาตัว
ในแผนกอายุรกรรม ร้อยละ 11.8 นอนพักรักษาตัวในแผนกศัลยกรรม ร้อยละ11.5 นอนพัก รักษาตัวในไอซียูและ
ร้อยละ11.3 พักรักษาตัวในแผนกสูติ-นรีเวชกรรม
อัตราอุบัติการณ์รวมของการติดเชื้อเท่ากับ 5.1 ต่อ 100 คนต่อสัปดาห์ ผลการวิเคราะห์ด้วย Cox’s
regression พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะในโรงพยาบาลจากเชื้อ E.coli ที่สร้าง
ESBLได้แก่ การเป็นเพศหญิง (HR= 1.67 95%CI; 1.01-2.76) การมีโรคเรื้อรังเป็นโรคร่วม (HR= 3.02 95%CI;
1.91 -4.78) ผู้ที่เคยใช้ยาปฏิชีวนะภายใน 1 ปี (HR= 3.02 95%CI; 1.58-5.77) พักรักษาตัว ในหอผู้ป่วยอื่นที่ไม่ใช่
ICU (HR= 8.85 95%CI; 1.21-64.47) ผู้ที่เคยใส่สายสวนปัสสาวะภายใน 30 วันก่อนการนอนโรงพยาบาลครั้งนี้
(HR= 1.63 95%CI; 1.01-2.62) ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยการใส่สายสวนปัสสาวะ (HR= 1.76 95%CI; 1.13-2.70)
และการ ใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาครั้งนี้ (HR= 9.82 95%CI; 3.02-31.97) จากผลการวิจัยนี้เสนอแนะว่าควรให้
ความสำคัญ กับการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่างเหมาะสมในการรักษาการ ติดเชื้อในโรงพยาบาล ร่วมกับการใช้ประโยชน์
จากการ รายงานผลความไวของยาในใบรายงานผลตรวจเพาะเชื้อและ antibiogram เพื่อเป็นการใช้ยาปฏิชีวนะ
อย่าง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพรวมทั้งการซักถามประวัติการได้รับยาปฏิชีวนะ นอกจากนั้นสิ่งที่ต้องปฏิบัติ
อย่าง เคร่งครัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลคือ การปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันและควบคุมการ
ติดเชื้อของโรงพยาบ
าล