การสัมผัสควันบุหรี่ในสิ่งแวดล้อมกับโรคหอบหืดในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
นายสาโรจน์  นาคจู,ร.ศ. ดุสิต สุจิรารัตน์,
อ.ดร.กิติพงษ์ หาญเจริญ, พ.ญ.มุกดา หวังวีรวงศ์ 

 

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับสัมผัสควันบุหรี่ที่ผู้อื่นสูบ กับโรคหอบหืดในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รูปแบบการศึกษาเป็น Case-Control Study เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ผู้ปกครองของเด็ก จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจำนวน 400 รายแบ่งเป็น กลุ่มศึกษา คือเด็กที่ป่วย และกลุ่มเปรียบเทียบ คือเด็กที่ไม่ป่วย
กลุ่มละ 200 ราย สถิติที่ใช้วิเคราะห์ คือ Logistic regression
ผลการศึกษา เมื่อวิเคราะห์โดยการควบคุมตัวแปรกวนแล้วพบว่า มีสมาชิกในบ้านสูบบุหรี่อย่างน้อยหนึ่งคนทำให้เด็กมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหอบหืด 1.8 เท่า  (95% CI = 1.17 - 2.77) การที่บิดาสูบบุหรี่ในบ้าน มีโอกาสเสี่ยงเป็น 1.61 เท่า (95% CI = 1.01 - 2.76) การได้รับควันบุหรี่จากบ้านเพื่อน มีโอกาสเสี่ยงเป็น 2.04 เท่า (95% CI = 1.25-3.32) การที่ได้รับควันบุหรี่ขณะเดินทาง เช่น บริเวณป้ายรถประจำทาง มีโอกาสเสี่ยงเป็น 1.61 เท่า (95% CI = 1.01 - 2.56) รายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่ำกว่า 10,000 บาท มีโอกาสเสี่ยงเป็น 2.36 เท่า (95% CI = 1.41 - 3.96) การศึกษาของบิดาและมารดาต่ำกว่ามัธยมศึกษาปีที่ 3 มีโอกาสเสี่ยงเป็น 2.23 เท่า (95% CI = 1.41-3.50) และ1.72 เท่า (95% CI = 1.02-2.88) ตามลำดับ
ข้อเสนอแนะในการป้องกันเด็กจากการเจ็บป่วยจากโรคดังกล่าวก็คือ การทำให้บ้านเป็นเขตปลอดบุหรี่และควรมีมาตรการการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีการสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะต่างๆ นอกจากนั้นสถานบริการสาธารณสุขควรจัดบริการ 2A คือ การถามและแนะนำการเลิกบุหรี่แก่ผู้ปกครองลงในงานประจำ

94 หน้า