ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านมในหญิงไทยที่อายุน้อยกว่า 45 ปี


นายรังสีนพดล โถทอง, รศ.วิศิษฏ์ ฉวีพจน์กาจร, ผศ. ศุภชัย ปิติกุลตัง,รศ. ปรารถนา สถิตย์วิภาวี


     การศึกษานี้เป็นแบบ matched pair case-control เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านมในหญิงอายุน้อยกว่า 45 ปี เก็บตัวอย่างผู้มารับบริการที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กลุ่มศึกษา และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 260 ราย จับคู่ตาม อายุ (5 ± ปี) และภูมิลาเนาจังหวัดที่อาศัย ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2556-2557 วิเคราะห์ทีละปัจจัยโดยใช้เทคนิค chi-square test และ unconditional logistic regression ในการวิเคราะห์ที่ละหลายปัจจัยใช้เทคนิค multiple logistic regression เพื่อหาค่า Odds ratio (ORs) และช่วงความเชื่อมั่นที่ 95%
ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มศึกษาและกลุ่มควบคุมมีอายุเฉลี่ย 39.23 และ 39.34 ตามลาดับ หญิงอายุน้อยกว่า 45 ปี ที่มีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม เคยเป็นเนื้องอกที่เต้านม ดัชนีมวลกาย ≥ 23 (กก/ม2) มีประจาเดือนก่อนอายุ 14 ปี ไม่เคยมีบุตร เคยใช้ยาคุมกาเนิด เคลื่อนไหวออกแรงกายระดับเบา และมีความเครียดระดับมาก มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่าหญิงที่ไม่เคยได้รับปัจจัยเหล่านี้ ค่า ORadj=3.45 (95%CI: 1.43-8.296), 2.84 (95%CI: 1.44-5.57), 2.80 (95%CI: 1.73-4.51), 2.05 (95%CI: 1.32-3.18), 1.89 (95%CI: 1.05-3.41), 3.09 (95%CI: 1.84-5.21), 2.82 95%CI: 1.73-4.59) และ 4.76 (95%CI: 2.04-11.07) ตามลาดับ ขณะที่การรับประทานวิตามินรวมป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมร้อยละ 69 (OR = 0.31, 95%CI: 0.18-0.55)
ดังนั้น การให้ความรู้ถึงปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยป้องกันแก่กลุ่มเสี่ยงจะช่วยลดจานวนผู้ป่วยใหม่ลงได้