นายประสิทธิ์ ค้าชัยภูมิ, ร.ศ.นพพร โหวธีระกุล,
ร.ศ.ดุสิต สุจิรารัตน์,อ.ดร.สุคนธา ศิร
การสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชประเภทออร์กาโนฟอสเฟสและคาร์บาเมตในปริมาณมากเกินไปมีผลต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันและระยะยาว การศึกษาภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประมาณอัตราชุกและหาปัจจัยที่สัมพันธ์กับระดับโคลีนเอสเทอเรสในกระแสเลือดของเกษตรกรทำสวนพริกในอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ เก็บข้อมูลโดยวิธีสัมภาษณ์และตรวจเลือดเพื่อวัดระดับโคลีนเอสเทอเรสโดยใช้กระดาษทดสอบพิเศษ (Reactive paper) ในกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกพริกจำนวน 350 คน อายุ 18-65 ปีที่ได้จากการสุ่มตัวอย่าง
                ผลการศึกษาพบว่าเกษตรกรร้อยละ 32.0 มีค่าระดับโคลีนเอสเทอเรสที่ผิดปกติ ร้อยละ 28.3 มีพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระดับดี ร้อยละ 31.1 มีความรู้ดีเกี่ยวกับการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ร้อยละ 25.1 และร้อยละ 46.0 มีการรับรู้ความเสี่ยงและความรุนแรงของการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระดับต่ำ การวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบลอจิสติกพบว่าปัจจัยที่สัมพันธ์กับระดับโคลีนเอสเทอเรสที่ผิดปกติในกระแสเลือดคือ เกษตรกรเพศชาย มีสถานภาพสมรสโสด แยกกันอยู่หรือหย่าร้าง เป็นผู้ที่ทำงานประจำในสวนพริก ฉีดพ่นสารเคมีมากกว่า 3 ครั้งต่อเดือน มีพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชถูกต้องในระดับปานกลางและระดับต่ำ มีการรับรู้ความเสี่ยงและความรุนแรงเกี่ยวกับการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระดับต่ำ ข้อเสนอแนะจากการศึกษาครั้งนี้คือ ควรมีการรณรงค์ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสนับสนุนการใช้วิธีทางเลือกอื่น มีโครงการรณรงค์ป้องกันที่มีประสิทธิภาพดีเพื่อให้เกษตรกรมีการรับรู้และการใช้อุปกรณ์ในการป้องกันตนเองจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ถูกต้อง และได้รับการตรวจเลือดเพื่อหาระดับเอ็นไซม์โคลีนเอสเทอเรสอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเกษตรกรเพศชายที่ทำงานประจำในสวนพริก