ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในเด็กที่ได้รับการดูแลในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล จังหวัดนนทบุรี

 

นส.นพรัตน์ วิหารทอง , รศ.ดุสิต สุจิรารัตน์, ผศ.มธุรส ทิพยมงคลกุล, พญ.พรทิพย์ จอมพุก
โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันเกิดเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ในประเทศไทย พบอัตราการป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันสูงที่สุดในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้จะได้รับการดูแลในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล จึงมีโอกาสเสี่ยงในการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น วัตถุประสงค์ของการศึกษาแบบภาคตัดขวางในครั้งนี้ คือ ค้นหาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในเด็กที่ได้รับการดูแลในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลในจังหวัดนนทบุรี กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ปกครอง จำนวน 1,601 คน และผู้ดูแลเด็กในศูนย์ฯ จำนวน 78 คน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล 30 แห่ง ทั่วจังหวัดนนทบุรี โดยมีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม (Stratified cluster systematic random sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และสังเกตสภาพแวดล้อมบริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล ผลการศึกษาพบ ความชุกของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในเด็ก คือ 8.24 รายต่อประชากร 100 คน (95%CI, 7.70-8.79) จำนวนครั้งเฉลี่ยของการป่วย คือ 0.04 ครั้งต่อคนต่อเดือน เพศชายมีการเจ็บป่วยมากกว่าเพศหญิง และมีการเจ็บป่วยมากในเด็กอายุ 3 ปี ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เด็กเจ็บป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน คือ การเล่นทรายของเด็ก (OR = 1.57, 95%CI; 1.09-2.27), การมีส้วมที่มีน้ำขัง (OR = 2.45, 95%CI; 1.38-4.35), การไม่มีอ่างล้างมือและสบู่ล้างมือ (OR = 1.90, 95%CI; 1.23-2.93), การล้างภาชนะและแก้วน้ำไม่เหมาะสมของผู้ดูแลเด็กที่บ้าน (OR = 4.21, 95%CI; 1.01-16.09, OR = 1.60, 95%CI; 1.03-2.47 ตามลำดับ) การปกปิดอาหารไม่ถูกต้องของผู้ดูแลเด็กที่บ้าน (AOR = 5.42, 95%CI; 1.47-19.97) และการจัดการน้ำเสียภายนอกบ้านไม่ถูกต้อง (AOR = 1.90, 95%CI; 1.26-2.86) ปัจจัยของศูนย์เด็กเล็กที่มีความสัมพันธ์กับความชุกของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในเชิงลบ ได้แก่ การผ่านมาตรฐานการดำเนินงานของศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค (r = -0.305; p-value < 0.001) การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง (r = -0.199; p-value < 0.001) การมีห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะ (r = -0.139; p-value < 0.001) การอุ่นอาหารค้างมื้อทุกครั้ง (r = -0.045; p-value < 0.001) การปกปิดอาหารที่เหมาะสม (r = -0.256; p-value < 0.001) และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ในเชิงบวก ได้แก่ พฤติกรรมสุขอนามัยของผู้ดูแลเด็ก (r = 0.231, p-value < 0.001) จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การส่งเสริมการสุขาภิบาลอาหาร สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมอนามัย เช่น การล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่ เป็นวิธีป้องกันโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในเด็กที่มีประสิทธิภาพ

คำสำคัญ: อุจจาระร่วง / ความชุก / ปัจจัย / เด็ก / ศ
ูนย์เด็กเล็ก