ปัจจัยทางวิถีชีวิตที่มีผลต่อเกิดโรคเมตาบอลิกซินโดรมในประชาชนอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

นิติกร ภู่สุวรรณ , กุลยา นาคสวัสดิ์,
 มันทนา   ประทีปะเสน, เรวดี จงสุวัฒน์


   การศึกษาเชิงสังเกตแบบเคสคอนโทลในชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทางวิถีชีวิตและปัจจัยอื่นที่มีผลต่อโรคเมตาบอลิกซินโดรมในประชาชนอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร การศึกษาใช้เกณฑ์โรคเมตาบอลิกซินโดรมจากรายงานฉบับที่ 3 ของ NCEP โดยกลุ่มประชากรศึกษาประกอบด้วยกลุ่มผู้ป่วยด้วยโรคเมตาบอลิกซินโดรมจำนวน 196  ราย และกลุ่มเปรียบเทียบที่ไม่มีโรคเมตาบอลิกซินโดรมจำนวน 212 ราย ที่มีอายุ 35 ถึง 60 ปี  ที่เข้าร่วมโครงการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่ดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุขในเดือนพฤศจิกายน 2550 ถึงเดือนมิถุนายน 2551 เก็บข้อมูลด้วยการเยี่ยมบ้านและโดยสัมภาษณ์ปัจจัยทางวิถีชีวิตในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้แก่ ลักษณะของกิจกรรมทางกายจากการประกอบอาชีพ และการออกกำลังกาย  พฤติกรรมบริโภคอาหาร การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และสุขภาพจิต
ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงซ้อนโดยการแยกเพศ พบว่าในเพศชายปัจจัยทางวิถีชีวิตหรือพฤติกรรมที่มีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ การมีอาชีพที่ส่วนใหญ่ของเวลาการทำงานไม่ได้เคลื่อนไหวหรือใช้แรงงาน (OR 2.82, 95%CI 1.22-6.55) และการบริโภคอาหารทะเลได้แก่ ปลาหมึก กุ้ง และหอย ไม่รวมปลา (OR 4.82, 95%CI 1.36-17.15) ในเพศหญิงไม่พบปัจจัยทางวิถีชีวิตที่มีนัยสำคัญทางสถิติ แต่พบว่าโอกาสที่เพศหญิงจะมีอาการ 3 ใน 5 ของเมตาบอลิกซินโดรมจะเพิ่มขึ้นทุกปีที่อายุเพิ่มขึ้นหนึ่งปี (OR 1.05, 95%CI 1.01-1.10)
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนลงพุงในเพศชาย การพัฒนาและปรับปรุงกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่มีอยู่ เช่น การออกกำลังกาย จะสามารถลดอุบัติการณ์การเกิดโรคอ้วนลงพุงที่สามารถนำไปสู่การเกิดโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจได้