ความชุก และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเปลี่ยนแปลงสมรรถภาพปอดของผู้ที่ปฏิบัติงานภายใต้แรงดันบรรยากาศสูง สังกัดกองทัพเรือ

พ.จ.อ. นัฐวุฒิ รอดโฉม,อ.ดร.กิติพงษ์ หาญเจริญ,ผศ.สุคนธา ศิริคมสัน วุฒิประเสริฐ

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาภาคตัดขวาง วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุก และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดการเปลี่ยนแปลงของสมรรถภาพปอดในผู้ที่ปฏิบัติงานภายใต้แรงดันบรรยากาศสูง สังกัดกองทัพเรือ กลุ่มประชากรที่ศึกษาเป็นนักดำน้ำ และผู้ปฏิบัติภายใต้ห้องปรับบรรยากาศแรงดันสูง สังกัดกองทัพเรือ เก็บข้อมูลทั่วไป และประวัติการทำงานด้วยแบบสอบถาม ข้อมูลสมรรถภาพปอดแรกเข้าปฏิบัติงานจากเวรระเบียนตรวจสุขภาพประจำปี และตรวจสมรรถภาพปอดขณะเก็บข้อมูล ใช้แนวทางการแปลผลของสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศ
                         ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มประชากรทั้งหมด 160 ราย เป็นชาย 153 (95.6%) หญิง 7 (4.4%) อายุระหว่าง 23-55 ปี (mean 35 ปี) พบว่าความชุกของสมรรถภาพปอดหลังปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานค่า FEF25-75% (forced mid-expiratory flow) <65%predicted ร้อยละ 40.6  เมื่อเปรียบเทียบสมรรถภาพปอดก่อน และหลังเข้าปฏิบัติงานเปลี่ยนแปลงลดลง ≥ 5%predicted มากที่สุดคือ ค่า FVC (forced vital capacity) ร้อยละ 31.2 ปัจจัยด้านประเภทของการปฏิบัติงานภายใต้ห้องปรับบรรยากาศแรงดันสูงมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงสมรรถภาพปอดที่ลดลงของค่า FEV1/ FVC (forced expiratory volume in 1 second/ forced vital capacity) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)
                         ค่าFEF25-75% ที่ลดลงแสดงถึงความไวต่อการเปลี่ยนแปลงในหลอดลมขนาดเล็ก แต่มีความจำเพาะต่ำ ซึ่งค่า FEV1/ FVC เป็นข้อมูลที่ดีที่สุดยังพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐาน อย่างไรก็ตามการเฝ้าระวังให้มีสมรรถภาพปอดที่สมบูรณ์อยู่เสมอย่อมลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ปฏิบัติงานภายใต้แรงดันบรรยากาศสูงไ
ด้