ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดความรุนแรงต่อผู้สูงอายุในครอบครัวจังหวัดเพชรบุรี


นส.ขวัญธิรา หวังจิตต์, ผศ.สุคนธา ศิริ, รศ.ดุสิต สุจิรารัตน์, รศ.โชคชัย หมั่นแสวงทรัพย์


การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางเพื่อศึกษาสถานการณ์และหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการการเกิดความรุนแรงต่อผู้สูงอายุในครอบครัว จังหวัดเพชรบุรี กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 356 คน สุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ 2 ขั้นตอน
เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบสัมภาษณ์ตัวต่อตัวที่บ้านผู้สูงอายุ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน
                ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 69.9 เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 60-69 ปีมากที่สุด พบความชุกของการเกิดความรุนแรงต่อผู้สูงอายุในครอบครัว ร้อยละ 43.0 เมื่อแบ่งตามประเภทของความรุนแรงพบว่า เป็นความรุนแรงทางอารมณ์/
จิตใจมากที่สุด  ร้อยละ 39.9  รองลงมาเป็นความรุนแรงด้านการละเลย/ทอดทิ้ง ร้อยละ 8.4  ด้านการเงิน/ทรัพย์สิน ร้อยละ 3.4 และด้านร่างกาย  ร้อยละ 1.1 ผู้กระทำความรุนแรงเป็นคู่สมรสมากที่สุด (ร้อยละ25.7) ผู้สูงอายุที่ถูกกระทำความรุนแรง
ส่วนใหญ่จัดการกับปัญหาความรุนแรงโดยการหลีกเลี่ยงและหาทางผ่อนคลาย ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดความรุนแรงต่อผู้สูงอายุในครอบครัวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคือ รายได้พอเพียงไม่เหลือเก็บ ครอบครัวมีภาระหนี้สิน การอาศัยอยู่กับคู่สมรสและลูก/หลาน การอาศัยอยู่กับลูก/หลาน/ญาติที่ไม่มีครอบครัวสมาชิกในครอบครัวดื่มแอลกอฮอล์ สัมพันธภาพในครอบครัวระดับปานกลางและไม่ดีและการสนับสนุนทางสังคมระดับน้อย 
          จากผลการในศึกษานี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้สูงอายุและสมาชิกในครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกันให้เห็นความสำคัญต่อการแสดงความเคารพความกตัญญูต่อผู้สูงอายุรวมถึงควรจัดระบบเฝ้าระวัง
การเกิดความรุนแรงต่อผู้สูงอายุในครอบครัวโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีสมาชิกในครอบครัวดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผู้สูงอายุที่มีภาวะสุขภาพไม่ดี