การศึกษาความชุกของการเกิดเอชไอวีและพฤติกรรมเสี่ยงในกลุ่มชายขายบริการ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบ RDS ในเขตเมืองพัทยา ประเทศไทย 2553

จุฑาทิพย์ คงปั้น  กุลยา นาคสวัสดิ์, ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, มธุรส ทิพยมงคลกุล,
การศึกษาภาคตัดขวางมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุก และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายขายบริการ ในพื้นที่เมืองพัทยา ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันพฤศจิกายน 2553 โดยใช้การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบลูกโซ่ (RDS) ดำเนินการในกลุ่มชายขายบริการทั้งหมด 310 คน เก็บข้อมูลด้านสังคม-ประชากร พฤติกรรมทางเพศ และปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเอชไอวี โดยใช้แบบสอบถามทั้งในกระดาษและคอมพิวเตอร์แบบพกพา และตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีและเชื้อซิฟิลิสจากตัวอย่างเลือดของกลุ่มตัวอย่าง
                        ผลการศึกษาพบกลุ่มชายขายบริการทางเพศกลุ่มนี้มีอายุเฉลี่ย 26 ปี (ต่ำสุด 18ปี สูงสุด 46 ปี) ร้อยละ63.7 ไม่ได้ทำงาน และร้อยละ 94.9 ไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยกับลูกค้าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีพบร้อยละ 14.0 (95% CI: 8.7 – 20.4) และความชุกของโรคซิฟิลิสร้อยละ23.9   ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงซ้อนแบบถดถอยพหุลอจิสติก พบปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายขายบริการ ได้แก่ การระบุตนเองอยู่ในกลุ่มรักร่วมเพศ (adjusted OR = 6.09, 95% CI: 1.85 – 20.01, p = 0.003) การมีลูกค้าจำนวน 2 – 5 คน ในสามเดือนที่ผ่านมา (adjusted OR = 5.81, 95% CI: 2.13 – 15.82, p = 0.001) และการมีอาการโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ในสามเดือนที่ผ่านมา (adjusted OR = 2.99, 95% CI: 1.12 – 7.98, p = 0.029)   
                      การศึกษานี้บอกได้ถึงความจำเป็นในการปรับปรุงพฤติกรรมทางสุขภาพการเข้ารับบริการสุขภาพทั้งการป้องกันการรักษาและการเฝ้าระวังทางสุขภาพในกลุ่มชายขายบริการทางเพศเพื่อการการป้องกันและการเฝ้าระวังสำหรับการติดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสต่อไป