ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมทางกายและยีนส์เอฟทีโอ ในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน และโรคอ้วน
อนันตญา ขุนจ่าง   กุลยา นาคสวัสดิ์, ดุสิต สุจิรารัตน์, ดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร
ภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนพบบ่อยในประเทศไทยปัจจัยสำคัญ คือ ปัจจัยทางพันธุกรรม ได้แก่ ยีนส์Fat mass and obesity-associated (FTO) และปัจจัยสิ่งแวดล้อมจากพฤติกรรมได้แก่กิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ
                         การศึกษาแบบตัดขวางมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนกับการมียีนส์FTOและกิจกรรมทางกายโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากการศึกษาระยะยาวของพนักงานการไฟฟ้าปี พ.ศ. 2552 จำนวน 2,584 คนผลการศึกษาพบความชุกของภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนโดยรวม ร้อยละ 57.7 (เพศชายร้อยละ 65.8 เพศหญิงร้อยละ 34.9) ส่วนใหญ่มีกิจกรรมทางกายระดับต่ำ(เพศชายร้อยละ 53.4 เพศหญิงร้อยละ 70.7)พบความชุกของการมี AA genotype ที่ต่ำ Z5.1% ในผู้ชายและ 5.2% ในผู้หญิง) พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญระหว่างภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนกับยีนส์FTOทั้งสองเพศ (เพศชาย:ATgenotype; OR=1.32,95% CI 1.07-1.63, p=0.01,เพศหญิง:AA genotype, OR=3.05,95% CI 1.37-6.78, p=0.006)โดยไม่พบความสัมพันธ์ของกิจกรรมทางกายกับภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน
                         ยีนส์FTOเป็นปัจจัยทางพันธุกรรม อาจเพิ่มโอกาสการเกิดภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนการลดโอกาสควรลดปัจจัยสิ่งแวดล้อมสำหรับวัยทำงาน เช่น การเพิ่มกิจกรรมทางกายโดยออกกำลังกา
ยเพิ่มขึ้น