ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มสตรีไทจังหวัดสตูลอดหัวใจ

อนุสรา เจ๊ะสัน อ.ดร.สุคนธา ศิริ,อ.ดร.กิติพงษ์ หาญเจริญ, ผ.ศ.พิมพ์สุรางค์ เตชะบุญเสริมศักดิ์,
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มสตรีไทยมุสลิม จังหวัดสตูล
                        กลุ่มตัวอย่างและวิธีการศึกษา : การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบย้อนหลัง ซึ่งดำเนินการในกลุ่มสตรีมุสลิมจังหวัดสตูล จำนวนทั้งสิ้น 400 คนได้แก่ สตรีมุสลิมที่เคยไปรับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแป๊บเสมียร์ (กลุ่มศึกษา) จำนวน 200 คนและสตรีมุสลิมที่ไม่เคยไปรับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (กลุ่มเปรียบเทียบ) จำนวน 200 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลทั่วไป ความเชื่อด้านการเปิดเผยเรื่องเพศ การรับรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกและการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแป๊บ                  เสมียร์ การเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ และการได้รับคำแนะนำให้ไปตรวจมะเร็งปากมดลูก
                         ผลการศึกษา:  ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงซ้อนแบบถดถอยพหุลอจิสติก พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มสตรีมุสลิม จังหวัดสตูล ได้แก่ การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปากมดลูกอยู่ในระดับดี (OR adj= 7.77, 95%CI = 2.78-21.72) การรับรู้อุปสรรคการไปคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแป๊บเสมียร์อยู่ในระดับต่ำ (OR adj= 3.35, 95%CI = 1.28-8.79) การไปตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำทุกปี (OR adj= 1.85, 95%CI = 1.10-3.10 ) การได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ให้ไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (ORadj = 2.14, 95%CI = 1.23-3.71 )  การได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อนามัย (ORadj = 2.88, 95%CI = 1.67-4.97) การได้รับคำแนะนำจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและน้องสาว/พี่สาว (ORadj=0.46, 95%CI=0.27-0.76 , ORadj=0.40, 95%CI=0.16-0.98 ตามลำดับ) 
                        สรุปผลการศึกษา : จากผลการศึกษาครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงบทบาทหลักของเจ้าหน้าที่ทางด้านสาธารณสุขในการสร้างเสริมความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกและควรดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างความรู้ ความเข้าใจในวัฒนธรรม ความเชื่อตามหลักการอิสลามและการไปตรวจมะเร็งปากมดลูก เพื่อส่งเสริมให้สตรีมุสลิมไปรับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมากขึ้