ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับปัญหาการนอนหลับของบุคลากรในโรงพยาบาล


อนุชา คำส้อม, ,มธุรส ทิพยมงคลกุล,สิริมา มงคลสัมฤทธิ์, วิสาข์สิริ ตันตระกูล,อม

ปัญหาการนอนหลับส่งผลต่อสุขภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ และลดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน การวิจัยแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความชุกและค้นหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับปัญหาการนอนหลับของบุคลากรในโรงพยาบาล ประชากรที่ศึกษาคือบุคลากรของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,944 คน กลุ่มตัวอย่าง 580 คนได้จากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถามชนิดตอบด้วยตนเอง การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ใช้สถิติถดถอยพหุโลจิสติกและการวิเคราะห์เส้นทางความสัมพันธ์ ผลการวิจัยจากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 516 คน (อัตราตอบกลับร้อยละ 89.0) พบเกือบครึ่งหนึ่งมีปัญหาการนอนหลับ (ร้อยละ 46.5) และพบปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับปัญหาการนอนหลับ ได้แก่ เพศหญิง (ORadj 2.26, 95%CI: 1.07-4.74), ดัชนีมวลกาย (BMI<18.5 kg/m2 ORadj 1.59, 95%CI: 1.01-2.49) ทำงานในกลุ่มงานพยาบาล (ORadj 1.83, 95%CI: 1.05-3.17), มีความเครียดระดับปานกลาง (ORadj 4.59, 95%CI: 2.39-8.81), มีความเครียดระดับสูง (ORadj 4.94, 95%CI: 3.02-8.08), และความวิตกกังวล (ORadj 2.05, 95%CI: 1.16-3.63)
                         การวิเคราะห์เส้นทางความสัมพันธ์ (χ2=131.05, df=91, p=0.004, χ2/df=1.44, CFI=0.974, TLI=0.964, SRMR=0.024 and RMSEA=0.029) พบการทำงานเป็นกะ (β=0.166), ความเครียด(β=0.394), ภาวะซึมเศร้า (β=0.180), และความร้อนในห้องนอน (β=0.194) ส่งผลโดยตรงต่อปัญหาการนอนหลับ และพบอายุ (β=-0.053), สถานภาพสมรส (หม้าย/หย่า/แยกกันอยู่; β=0.011), ระดับการศึกษา (ประถมศึกษา/มัธยมศึกษา; β=-0.005, วิชาชีพ/อนุปริญญา; β=-0.003), ความพอเพียงของรายได้ (พอใช้จ่าย; β=0.019, เป็นหนี้; β=0.023), โรคประจำตัว (β=0.070), ดัชนีมวลกาย (β=0.015), การออกกำลังกาย (β=0.010) , ความเครียดจากงาน (β=0.014), แผนกที่ทำงาน (กลุ่มงานพยาบาล; β=0.015, กลุ่มงานอำนวยการ ; β=0.002), การทำงานเป็นกะ (β=0.002), จำนวนชั่วโมงทำงาน (β=0.161), ความเครียด (β=0.089), ความวิตกกังวล (β=0.113), เสียงดัง (β=0.081), ความสว่าง (β=0.003), ความร้อน (β=0.091) และกลิ่นไม่พึงประสงค์ (β=0.060) ส่งผลทางอ้อมต่อปัญหาการนอนหลับผ่านความเครียดจากงาน ความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าบุคลากรในโรงพยาบาลมีความชุกของปัญหาการนอนหลับสูง โรงพยาบาลควรจัดกิจกรรมหรือโครงการจัดการความเครียดโดยพิจารณาจัดคลินิกให้คำปรึกษาสำหรับบุคลากรเพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวล เพื่อลดปัญหาการนอนหลับในบุคลากรของโรงพย
าบาล