ผลกระทบจากการใช้ยาสเตรียรอยด์ที่มีผลต่อการเกิดวัณโรคในผู้ป่วยโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง


หทัยชนน์ บุญหัตถ์ ,รศ.ดุสิต สุจิรารัตน์, ผศ.มธุรส ทิพยมงคลกุล, นพ.เจริญ ชูโชติถาวร

 


การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สเตรียรอยด์ (ประเภท/ขนาด) และ การป่วยเป็นวัณโรคในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โดยมีรูปแบบการศึกษาแบบcase - control จับคู่ 1:4 ณ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2555 - 31 พฤษภาคม 2558 กลุ่มประชากรที่ทำการศึกษาคือผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง กลุ่มศึกษาคือผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ได้รับการวินิจฉัยด้วยโรควัณโรค กลุ่มควบคุมคือผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ไม่ได้ป่วยด้วยโรควัณโรค ซึ่งกลุ่มศึกษาจะถูกจับคู่กับกลุ่มควบคุมโดยเพศและอายุ
                         ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ใช้ยาสเตรียรอย์แบบพ่น และ การใช้ยาสเตรียรอยด์แบบพ่นในปริมาณที่สูงต่อวันจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการป่วยด้วยวัณโรค (ORadj = 6.73, 95%CI = 1.497 - 30.275 และ ORadj = 35.39, 95%CI = 5.559 - 225.306, ตามลำดับ) ในส่วนของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีปริมาณการใช้ยาสเตรียรอยด์แบบพ่นสะสมมากกว่า 428,000 µg นั้นจะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดต่อการป่วยด้วยวัณโรค (ORadj = 21.43, 95%CI = 3.922 - 117.078) อีกทั้งผู้ป่วยที่มีระยะเวลาการใช้ยาสเตรียรอยด์แบบพ่นนานกว่า 3 ปี จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการป่วยด้วยวัณโรค (ORadj= 11.14, 95%CI = 3.322 - 37.387) ดังนั้น พบว่าการใช้ยาสเตรียรอยด์แบบพ่น, การใช้ยาสเตรียรอยด์แบบพ่นในปริมาณที่สูงต่อวัน, การใช้ยาสเตรียรอยด์แบบพ่นสะสมมานาน และ นานกว่า 3ปีจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการป่วยด้วยวัณโรคซึ่งผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังควรจะได้รับการตรวจหาอาการและอาการแสดงของวัณโรค