ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
ในโรงพยาบาล กรุงเทพ

นส.สุธาสินี จันทรถิระติกุล อ.ดร.กิติพงษ์ หาญเจริญ,
อ.ดร.สุทธิ เจริญพิทักษ์ผ.ศ.วงเดือน ปั้นดี ผ.ศ.เรวดี จงสุวัฒน

การศึกษาแบบย้อนหลัง เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์และจากแบบบันทึกประวัติการรักษา กลุ่มศึกษาได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ จำนวน 100 คน และกลุ่มควบคุม คือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ จำนวน 100 คน ซึ่งมีเพศเดียวกันและอายุแตกต่างกันไม่เกิน 5 ปีกับกลุ่มศึกษา จากผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่ศูนย์เบาหวานและ ต่อมไร้ท่อ แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลกรุงเทพ จังหวัดกรุงเทพมหานคระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือน กันยายน พ.ศ.2550 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงซ้อนโดยการวิเคราะห์ถดถอยแบบลอจิสติกมื่อควบคุมตัวอิทธิพลตัวแปรื่นๆบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 คือระวัติการเป็นโรคเบาหวานของคนในครอบครัว (ORadj = 3.68, 95%CI = 1.41-9.64), ภาวะน้ำหนักเกิน (ORadj= 4.25, 95%CI = 1.01-17.94), การขาดการออกกำลังกาย (ORadj= 25.99, 95%CI = 9.01-74.94), การให้ความร่วมมือในการ รับประทานยาปานกลาง (ORadj= 4.97, 95%CI = 1.15-21.51), การรับประทานผักน้อย (ORadj = 2.92, 95%CI = 1.07-8.00) และการดื่มกาแฟ (ORadj = 9.53, 95%CI = 2.98-30.44) ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรรับประทานอาหารประเภทที่มีใยอาหารสูง โดยเฉพาะผักและ ผลไม้ไม่หวาน สำหรับการรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ควรรับประทานจำพวกข้าวไม่ขัดสี ข้าว โอ๊ต ขนมปังโฮลวีทึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีใยอาหารสูงแทนข้าวขัดสีและขนมปังขาว รับประทานอาหาร ประเภทโปรตีนจากเนื้อสัตว์ให้น้อยลง และดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว ตามหลักของธงโภชนาการในการ รับพลังงานต่อวัน ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง และ หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟที่มีการเติมน้ำตาลและครีม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถควบคุมระดับ น้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

118 หน้า