ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับต้นทุนการดูแลรักษาเด็กที่ติดเชื้อไข้เดงกี่หรือไข้เลือดออก
โรงพยาบาลขอนแก่น ประเทศ ไทย

นายเผด็จศักดิ์ ชอบธรรม,อ.ดร.สุทธิ เจริญพิทักษ์
ร.ศ.สุขุม เจียมตนม ผ.ศ.สุคนธา คงศีล

การศึกษาเชิงภาคตัดขวางนี้ทำการวิเคราะห์ต้นทุนการดูแลรักษาผู้ป่วยไข้เดงกี่/ไข้เลือดออกของแผนกผู้ป่วยในโรงพยาบาลขอนแก่นประเทศไทยละศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับต้นทุนการดูแลรักษา ใช้วิธีศึกษา ต้นทุนกิจกรรมในปีงบประมาณ 2549 มีผู้ป่วยจำนวน 157 รายในการศึกษานี้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบ สัมภาษณ์ตัวต่อตัวและแบบบันทึกข้อมูลด้วยตนเอง ข้อมูลต้นทุนรวบรวมโดยใช้แบบบันทึกข้อมูล และการสืบค้น ข้อมูลจาก เวชระเบียน ต้นทุนการดูแลรักษาจำแนกเป็นต้นทุนลงทุนและต้นทุนดำเนินการ ข้อมูลประชากรและอาการ
ทางคลินิกรวบรวมจากเวชระเบียน และบันทึกลงในแบบคัดลอกข้อมูลการดูแลรักษา ทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ t-test, ANOVA และความถดถอยเชิงซ้อน กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเพศชาย อายุโดยเฉลี่ยเท่ากับ 9 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 10-15 ปี ข้อมูลอาการทางคลินิก พบว่า ร้อยละ 43.3 เป็นไข้เดงกี, ร้อยละ 28 เป็นไข้เลือดออกที่มีภาวะช็อกและที่เหลือเป็น ไข้เลือดออก จำนวนวันที่มีไข้ก่อนมานอนในโรงพยาบาลโดยเฉลี่ยเท่ากับ 3.9 วันและจำนวนวันนอนในโรงพยาบาล เท่ากับ 3.6 วัน อาการทางคลินิก ส่วนใหญ่ คือ ปวดหัว มีผื่นตามผิวหนังและปวดท้อง อาการแสดงการเลือดออกส่วน ใหญ่ คือ มีผลตรวจทูนิเกต์เป็นบวก จุดเลือดขนาดใหญ่ เลือดกำเดาไหลและถ่ายดำ อาการแสดงการรั่วของน้ำในเซลล์
ส่วนใหญ่ได้แก่ อาการช็อก น้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดและท้องบวม อาการแสดงรุนแรงส่วนใหญ่ ได้แก่ มีน้ำในช่องท้อง้องบวมและน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดบในผู้ป่วยไข้เลือดออกที่มีภาวะช็อกมากกว่าชนิดอื่น สำหรับต้นทุนกิจกรรม พบว่า ต้นทุนรวมโดยเฉลี่ยเท่ากับ 7,918.1 บาทหรือ 203 ลาร์น่วยงานของโรงพยาบาลขอนแก่นที่เกี่ยวข้องกับิจกรรมการดูแลรักษาเด็กที่ติดเชื้อไข้เดงกี่หรือไข้เลือดออกจำนวน 13 หน่วยงาน พบว่าหน่วยงานกุมารเวชกรรมมี ต้นทุนรวมสูงที่สุดเท่ากับ 482,666.78 บาท คิดเป็นร้อยละ 38.44 ของต้นทุนรวมทั้งหมดใน 13 หน่วยงาน
(1,255,515.12 บาท) การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงซ้อน พบว่าจจัยที่มีความสัมพันธ์กับต้นทุนการดูแลรักษาเด็กที่ติดชื้อไข้เดงกี่หรือไข้เลือดออกด้แก่ารเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยเด็กในระยะวิกฤติ (PICU) (p<0.001), จำนวนวัน นอนในโรงพยาบาล (p<0.001), อาการแสดงพลาสมารั่ว (p=0.035), อาการแสดงน้ำในช่องท้อง (p<0.001), ค่าฮีมา โตคริตต่ำที่สุด (p=0.024) และปริมาณเกร็ดเลือดต่ำที่สุด (p=0.044)จากผลการศึกษานี้ ผู้บริหารสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมต้นทุนและปรับปรุงระบวนการอกจากนี้ามารถนำผลการศึกษาไปใช้ในการศึกษาการให้บริการอื่นๆ ของโรงพยาบาล ปัจจัยที่มีวามสัมพันธ์กับต้นทุนการดูแลรักษาเด็กที่ติดเชื้อไข้เดงกี่หรือไข้เลือดออกสามารถนำมาใช้พิจารณาในการวางผนการจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณให้มีความเหมาะสมในแผนกกุมารเวชกรรม แพทย์ พยาบาลและบุคลากรองโรงพยาบาลสามารถพัฒนาการดูแลรักษาเพื่อป้องกันความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยพร้อมกับการลดต้นทุนการ
ดูแลรักษา

110 หน้