ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดภาวะช็อกในผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกีที่มารับการรักษาพยาบาลใน
โรงพยาบาล ขอนแก่น ประเทศไทย

นส.ศิริญาพร ขันทะสอน, ร.ศ. กุลยา นาคสวัสดิ์,
ร.ศ.สุขุม เจียมตน ผ.ศ.สุคนธา คงศีล

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบ Hospital based case-control study ทำการศึกษาผู้ป่วยไข้เลือดออก เดงกีที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่น ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 2 มิถุนายน 2550 ถึง 2 ตุลาคม 2550 เป็นเวลาเดือนพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดภาวะช็อกในผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกีที่มารับการ รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลขอนแก่นิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลือการสัมภาษณ์ผู้ป่วยและญาติผู้ดูแลผู้ป่วยและการคัดลอกข้อมูลลักษณะอาการทางคลินิกจากแฟ้มประวัติผู้ป่วย กลุ่มที่ทำการศึกษาทั้งหมด 215 ราย ประกอบด้วย กลุ่มศึกษา คือ ผู้ป่วยที่ช็อก จำนวน 37 ราย (ร้อยละ 17.2) และกลุ่มเปรียบเทียบ คือ ผู้ป่วยที่ไม่ช็อก จำนวน178 ราย (ร้อยละ 82.8) สัดส่วนเพศชายต่อเพศหญิงในกลุ่มศึกษา คือ 1.31:1 และในกลุ่มเปรียบเทียบ คือ 0.98:1 ค่าเฉลี่ย (SD)ของอายุในกลุ่มศึกษา เท่ากับ 9.3(4.3) และกลุ่มเปรียบเทียบ เท่ากับ 12(5.5) ส่วนใหญ่ในกลุ่มศึกษาและ ประมาณร้อยละ 40ในกลุ่มเปรียบเทียบคือผู้ป่วยที่อาศัยในเขตชนบท (p<0.001) ส่วนใหญ่ในกลุ่มศึกษาและหนึ่ง ในสามในกลุ่มเปรียบเทียบ คือผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อจากโรงพยาบาลอื่น(p<0.001) าการทางคลินิกก่อนมารับรรักษาในโรงพยาบาลพบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งในกลุ่มศึกษา มีอาการปัสสาวะออกน้อย ปวดกล้ามเนื้อหรือปวด ตามข้อและมีเลือออก อาการทางคลินิกระหว่างรับการรักษาในโรงพยาบาล คือ กลุ่มศึกษาทุกคนมีอาการแสดง การรั่วของน้ำในเซลล์ ส่วนใหญ่มีอาการเบื่ออาหารและปวดท้อง โดยครึ่งหนึ่งในกลุ่มนี้มีอาการน้ำในช่องเยื่อหุ้ม ปอดและมีอาการปวดท้อง และสองในห้าในกลุ่มดังกล่าวมีอาการน้ำในช่องท้องและมีภาวะตับโต ผลการศึกษาวิเคราะห์โดยใช้ Unconditional logistic regression ด้วยวิธี Enter เพื่อหาความสัมพันธ์ ระหว่างปัจจัยที่เสี่ยงทางด้านอาการต่อการเกิดภาวะช็อกในผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกีโดยควบคุมตัวแปรที่มีอิทธิพล ต่อการเกิดการช็อกอื่นๆ พบการมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของ อาการทางคลินิกก่อนมารับการ รักษาในโรงพยาบาล ได้แก่ การมีเลือดออก (adjusted OR = 12.00, 95%CI = 3.15 – 45.44) และการไม่มีอาการ ปวดกล้ามเนื้อปวดข้อ (adjusted OR = 6.77, 95%CI = 1.83 – 25.00) และ อาการทางคลินิกระหว่างการรับ รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลขอนแก่น ผลการทดสอบทูนิเกต์ เทสต์เป็นลบ (adjusted OR = 5.52, 95%CI = 1.52 – 20.13) การมีภาวะตับโต (adjusted OR = 3.76, 95%CI = 1.15 – 12.32) และการมีน้ำในช่องท้อง (adjusted OR = 7.83, 95%CI = 2.16 – 28.37) จจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดภาวะช็อกในผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกี ด้านประชากรและเศรษฐกิจสังคมได้แก่ ได้แก่ เพศชาย (adjusted OR = 7.93, 95%CI = 2.02 – 31.10) และอาศัยอยู่ในเขตชนบท (adjusted OR = 42.21, 95%CI = 4.92 – 362.32) การศึกษาครั้งนี้แสดงถึงอาการชี้นำและปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยไข้เลือดออกมีความเสี่ยงต่อการเกิดาวะภาวะช็อกในผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกีดยมีข้อเสนอแนะจากผลการศึกษานี้คือ ผู้ป่วยไข้เลือดออกที่มีปัจจัย เสี่ยงเหล่านี้ควรได้รับการสังเกตอาการแสดงเริ่มแรกของภาวะช็อกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการให้สารน้ำทดแทน อย่างเพียงพอในทันทีสามารถป้องกันการเกิดการช็อกได้

130 หน้า