ความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินชีวิตกับการเกิดเมตาบอลิคซินโดรมใน
ข้าราชการทหารเรือชายสังกัดกรุงเทพและปริมณฑล

นาวาตรีหญิงดวงกมล  ฉัตรเงิน , อ.ดร. กิติพงษ์ หาญเจริญ,
ร.ศ.ดุสิต สุจิรารัตน์,นาวาเอกสุเชษฐ  ตรรกธาดา

               การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินชีวิต กับการเกิดเมตตาบอลิคซินโดรมในข้าราชการทหารเรือชายสังกัดกรุงเทพและปริมณฑล      การศึกษาเป็นแบบภาคตัดขวางจากการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างทหารเรือชายในกรุงเทพและปริมณฑลจำนวน 344  คน  อายุ 35-60 ปี  ที่มารับการตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
         และ โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ ระหว่าง พฤษภาคม 2550  ถึง ตุลาคม  2550 โดยข้อมูลที่นำมาศึกษาเกี่ยวกับลักษณะทั่วไปและการดำเนินชีวิตได้จากการตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่าง ผลการตรวจร่างกายผู้วิจัยเป็นผู้บันทึก สำหรับการวินิจฉัยว่าเป็นเมตตาบอลิคซินโดรมนั้นใช้ตามนิยามของ NCEPT-ATP III และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา  ทดสอบความสัมพันธ์โดยใช้สถิติไคว์สแควร์วิเคราะห์ความถดถอยโลจิสติก ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
          ผลการศึกษาพบว่าข้าราชการทหารเรือชายสังกัดกรุงเทพและปริมณฑลมีความชุกของเมตตาบอลิคซินโดรม  11.9%  จากการวิเคราะห์ OR แบบMultivariate analysis พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดเมตาบอลิคซินโดรมในกลุ่มตัวอย่างนี้ มีความสัมพันธ์ในกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 45ปี (OR adjust = 5.17, 95% CI= 1.91 -13.99, p = 0.001),
กลุ่มที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย (OR adjust = 5.93, 95%CI = 2.39 -14.71, p <0.001)และ กลุ่มที่ชอบรับประทานอาหารเค็ม (OR adjust= 6.84, 95% CI= 2.21 -21.21, p = 0.001)  ส่วนในกลุ่มผู้ที่มีเงินเดือนมากกว่า 20,000 บาทกลับพบว่าเป็นปัจจัยป้องกัน(OR adjust = 0.25, 95%CI = 0.07 -0.85, p = 0.03)
         จากการศึกษาครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าการรณรงค์เพื่อลดการเกิดเมตาบอลิคซินโดรม โดยโครงการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ ให้ตรวจสุขภาพประจำทุกปี และปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเช่นการลดน้ำหนัก,
ออกกำลังกายและ รับประทานอาหารโดยคำนึงถึงสุขภาพ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะในข้าราชการทหารเรือชายสังกัดกรุงเทพและปริมณฑลที่มีอายุตั้งแต่45 ปีขึ้นไป.
    
  114หน้า