ความชุกของภาวะอ้วนลงพุง โดยใช้ความหมายของ NCEP ,IDF และ WHOในผู้เข้าร่วมโครงการโรคหัวใจแลหลอดเลือดของพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

 

คนึงนิจ ศรีสละ ,
 กิติพงษ์  หาญเจริญ, ดุสิต สุจิรารัตน์, ปิยะมิตรศรีธรา

 

การศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบย้อนหลัง (retrospective cohort study) เพื่อศึกษาความชุกของภาวะอ้วนลงพุง โดยใช้ความหมายของ NCEP,IDF และ WHO ในพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ประเทศไทยที่เข้าร่วมโครงการศึกษาปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยมีอาสาสมัครเข้าร่มโครงการ 3,499 คน (ชาย 2702 คน,หญิง 797 คน) เก็บข้อมูลพื้นฐาน เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528  ตัวแปรต้นคือ ภาวะ metabolic syndrome (รอบเอว,ค่าดัชนีมวลกาย, high density lipoprotein cholesterol, triglyceride, blood pressure, fasting plasma glucose)ตัวแปรควบคุมได้แก่ เพศ อายุ การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การออกกำลังกาย 
total cholesterol, low density lipoprotein cholesterol ตัวแปรตามคือ การป่วยและการตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ติดตามการป่วยย้อนหลังเป็นเวลา 17 ปี ตั้งแต่ปี 2528-2545
       พบว่ามีผู้ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็น metabolic syndrome โดยความหมายของ NCEP 15.2% โดยความหมายของ IDF 10.1% โดยความหมายของ WHO 4.5% ตลอดระยะเวลา 17 ปี มีผู้ที่ป่วยและตายด้วย โรคหัวใจแลหลอดเลือด 177 คน
       ผลารวิเคราะห์เชิงซ้อนเพื่อหาความหนักแน่นของความสัมพันธ์พบว่า มีความสัมพันธ์ ระหว่างภาวะ metabolic syndrome โดยความหมายของ NCEP กับโรคหัวใจ 2.09เท่าเมื่อเทียบกับผู้ไม่มีภาวะ metabolic syndrome โดยความหมายของ IDF 1.95 เท่า โดยความหมายของ WHO2.94 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีภาวะ metabolic syndromeดังนั้นการส่งเสริมสุขภาพโดยการลดปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้แก่การรณรงค์ให้ออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่าจะช่วยลดภาวะอ้วนลงพุงซึ่งสามารถลดการป่วยและการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

70 หน้า