ความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่กับการเกิดโรคปริทันต์ในประชากรกลุ่มอายุ 25 ถึง 55 ปี

นส.รพีพร ศรีติมงคล อ.ดร.เยาวลักษณ์ เงินวิวัฒกุล,
รุ่งโรจน์ พุ่มริ้ว, เผด็จ ตั้งงามสกุล,

การศึกษานี้เป็นรูปแบบ hospital-based case control โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างการสูบบุหรี่, บุคลิกภาพแบบเอ และการเกิดโรคปริทันต์ ณ โรงพยาบาลสมุทรปราการ จังหวัด สมุทรปราการ ทั้งนี้ได้คัดเลือกผู้ป่วยเป็นโรคปริทันต์อักเสบ จำนวน 207 คน โดยมีกลุ่มควบคุมเป็นผู้ที่ไม่ เป็นโรคปริทันต์อักเสบ จำนวน 193 คน กลุ่มควบคุมได้คัดเลือกโดยมีการทำ frequency matched group
ด้วยอายุ(ช่วงอายุ 5 ปี)และเพศ ในการตรวจครั้งนี้ได้ตรวจสภาวะปริทันต์ ซึ่งประกอบไปด้วย อาการเลือด ออก ( bleeding on probing )ภาวะเหงือกร่น ( gingival recession)หินน้ำลายใต้เหงือก ( sub gingival recession) ความลึกของร่องลึกปริทันต์ ( probing depth )ระดับการยึดเกาะของอวัยวะปริทันต์ ( clinical attachment level ) โดยวัด 6 จุด ต่อฟัน 1 ซี่( mesio-bucccal , mid-buccal , disto-buccal , mesio-lingual ,mid-lingual , disto-lingual ) วัดฟันทุกซี่ในปากยกเว้นฟันกรามซี่สุดท้าย ทั้งนี้นิยามผู้ป่วยโรคปริทันต์ อักเสบ ได้แก่ มีร่องลึกปริทันต์ 4 มิลลิเมตร ร่วมกับการสูญเสีย เหงือกยึดตั้งแต่ 4 มิลลิเมตร อย่างน้อย1 ตำแหน่งในช่องปาก ในการศึกษาลักษณะพื้นฐานและการสูบบุหรี่ได้ใช้แบบสอบถามในการสอบถาม โดยมีนิยามผู้สูบบุหรี่ คือ ผู้ที่สูบบุหรี่ในขณะทำการศึกษา นิยามผู้ไม่สูบบุหรี่ คือผู้ที่สูบบุหรี่น้อยกว่า 100 มวนในช่วงเวลาที่สูบบุหรี่ และผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูบบุหรี่จะมีโอกาสเกิดคราบจุลินท รีย์มากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 2.33 เท่า (p-value =0.02) นอกจากนี้ผู้สูบบุหรี่จะมีหินน้ำลายใต้เหงือกมากกว่าผู้ไม่
สูบบุหรี่ 2.22 เท่า (p-value=0.025) ซึ่งผู้ที่สูบบุหรี่มากกว่า 10 ปี จะมีภาวะเหงือกร่นมากกว่าผู้ที่สูบบุหรี่ น้อยกว่า 10 ปี (p-value=0.05) แต่ผลการศึกษาไม่พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพแบบเอและการ เกิดโรคปริทันต์อักเสบ จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ Multiple logistic regression พบว่าผู้สูบบุหรี่มี โอกาสเป็นโรคปริทันต์มากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 1.117 เท่า (1.019, 1.225) หลังจากควบคุมอายุและรายได้แล้ว
การศึกษานี้แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดโรคปริทันต์อักเสบและการสูบบุหรี่ดังนั้นทันตแพทย์ และทันตบุคลากรควรตระหนักถึงผลกระทบของบุหรี่ต่อสุขภาพช่องปาก โดยให้คำแนะนำแก่ผู้สูบบุหรี่ เพื่อการหยุดสูบบุหรี่และทันตบุคลากรควรมีส่วนร่วมโดยเข้าร่วมในคลินิกอดบุหรี่และรณรงค์การต่อต้าน การสูบบุหรี่

81 P. ISBN 974-04-6989-2