ความชุกและปัจจัยเสี่ยงของภาวะน้ำหนักเกินในเด็กวัยเรียนเขตเมือง จังหวัดพิจิตร

นส.พิมพพิศา พิชญสกุลกาญจน์ รศ.นพพร โหวธีระกุล
รศ.นวรัตน์ สุวรรณผ่อ รศ.ชุติมา ศิริกุลชยานนท

การเพิ่มขึ้นของอัตราชุกของภาวะน้ำหนักเกินในเด็กวัยเรียนเป็นปัญหาที่สำคัญ การศึกษาภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ หาอัตราชุกและปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกิน
ในเด็กวัยเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ในเขตเมือง จังหวัดพิจิตร เด็กนักเรียนจำนวน 1,393 คน และบิดามารดาหรือผู้ดูแลเด็กถูกคัดเลือกเข้าศึกษาโดยการสุ่มตัวอย่าง เด็กนักเรียนทุกคนได้รับการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง เด็กและบิดามารดาหรือผู้ดูแลเด็กตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไป การหาอัตราชุกของภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนใช้ดัชนีน้ำหนักต่อส่วนสูงเฉพาะเพศตามเกณฑ์มาตรฐานของประเทศไทย
การศึกษานี้มีเด็กและบิดามารดาหรือผู้ดูแลเด็กจำนวน 1,374 คน คิดเป็นร้อยละ 98.6 ของกลุ่มตัวอย่าง อัตราชุกของภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเพศชาย เท่ากับร้อยละ
12.8 และ 13.7 ส่วนเพศหญิงเท่ากับร้อยละ 7.4 และ 3.6 ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์โดยใช้สถิติถดถอยพหุ
โลจิสติก พบว่ามี 3 ตัวแปรที่สามารถทำนายภาวะน้ำหนักเกิน ได้แก่ เพศชาย การดูโทรทัศน์ขณะรับประทานอาหารเท่ากับหรือมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์และภาวะน้ำหนักเกินของบิดาหรือมารดา (BMI ≥ 23 kg/m2). ข้อเสนอแนะจากการศึกษาครั้งนี้ ควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร
ของเด็ก การเพิ่มกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายและลดพฤติกรรมในลักษณะที่มีการเคลื่อนไหวน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสัยในการนั่งดูโทรทัศน์และรับประทานอาหาร ครูและผู้ปกครองควรมีบทบาทร่วมกันในการเฝ้าระวังภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็กวัยเรียน โดยผ่านทางโครงการอนามัยโรงเรียน

80 หน้า. ISBN 974-04-7732-1