ความสัมพันธ์ของโรคอ้วน และการกระจายไขมันของร่างกาย
กับโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนไทยในเขต สาธารณสุขที่ 11

นายศุภโชค ทิพยพัฒนกุล, รศ.กุลยา นาคสวัสดิ์,
รศ.มันทนา ประทีปะเสน, นพ.กันต์ เชิญรุ่งโรจน์

การศึกษาภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโรคอ้วนและการกระจายไขมันของ ร่างกายกับโรคความดันโลหิตสูง โดยใช้ข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทยโดยการตรวจ ร่างกาย ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2546-2547 ของกระทรวงสาธารณสุข กลุ่มตัวอย่างเป็นประชากรไทยในเขตสาธารณสุขที่ 11จำนวน 1,409 คน อายุ 15-59 ปี อาศัยอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี
ผลการศึกษา พบความชุกของผู้มีภาวะน้ำหนักเกิน (ดัชนีมวลกาย 23.0-24.9 กก./ม2) ร้อยละ 18.8 ใน ผู้ชาย และร้อยละ 18.1 ในผู้หญิง ความชุกของโรคอ้วน (ดัชนีมวลกาย ≥ 25.0 กก./ม2) ร้อยละ 27.0 ในผู้ชาย และ ร้อยละ 43.8 ในผู้หญิง ความชุกของโรคอ้วนลงพุงในผู้ชาย (เส้นรอบวงเอว ≥ 90 ซม.) ร้อยละ 18.8 โรคอ้วนลงพุง
ในผู้หญิง (เส้นรอบวงเอว ≥ 80 ซม.) ร้อยละ 45.2 เมื่อควบคุมอิทธิพลของตัวแปรกวนโดยการวิเคราะห์ถดถอยพหุ แบบลอจิสติก พบว่าปัจจัยที่สัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตสูงได้แก่ ผู้ชายที่มีดัชนีมวลกาย ≥ 23.0 กก./ม2 (ORadj. = 2.27, 95% CI = 1.40-3.67) ผู้หญิงที่มีดัชนีมวลกาย ≥ 23.0 กก./ม2 (ORadj = 3.47, 95% CI = 1.88-6.39) เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีดัชนีมวลกาย < 23.0 กก./ม2 ผู้ชายที่มีเส้นรอบวงเอว ≥ 90 ซม. (ORadj.
= 2.24, 95% = 1.38-3.65) ผู้หญิงที่มีเส้นรอบวงเอว ≥ 80 ซม. (ORadj. = 2.81, 95% CI = 1.73- 4.57) เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีเส้นรอบวงเอวน้อยกว่า 90 ซม. และ 80 ซม. ตามลำดับ อิทธิพลร่วมระหว่างการมีดัชนีมวลกาย และเส้นรอบวงเอวมากกว่าปกติพบว่า ในผู้ชายที่มีดัชนีมวลกาย ≥ 23.0 กก./ม2 และเส้นรอบวงเอว ≥ 90 ซม. มีความเสี่ยงมากกว่าผู้ที่มีดัชนีมวลกาย < 23.0 กก./ม2 และ เส้นรอบวงเอว < 90 ซม. (ORadj. = 3.60, 95% CI = 2.12-6.12) ผู้หญิงที่มีดัชนีมวลกาย ≥ 23.0 กก./ม2.
และเส้นรอบวงเอว ≥ 80 ซม. มีความเสี่ยงมากกว่าผู้ที่มีดัชนีมวลกาย < 23.0 กก./ม2 และเส้นรอบวงเอว < 80 ซม. (ORadj. = 4.38, 95% CI = 2.27-8.46) ข้อเสนอแนะจากการศึกษาครั้งนี้คือ ควรมีการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ การบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคอ้วน นอกจากนี้ควรมีการเพิ่มการ
วัดเส้นรอบวงเอวในการตรวจสุขภาพร่างกายทางคลินิกด้วย

108 หน้า..