ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตที่ไม่เหมาะสมของ
นักเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร

นส.รุ่งกานต์ อินทวงศ์  รศ.อมรรัตน์ โพธิพรรค
รศ.นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์ พญ.สุพร อภินันทเวช

                     การศึกษาในครั้งนี้เป็นการศึกษาภาคตัดขวางเพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตที่ไม่เหมาะสมของ นักเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 ถึง 6 ที่เคยใช้อินเตอร์เน็ตมาเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือนจำนวน 986 คน ทำการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม พ.ศ. 2548 การศึกษานี้ได้ศึกษาความสัมพันธ์ของตัวแปร อันได้แก่ ลักษณะส่วนบุคคล, ปัจจัยครอบครัว (สถานะของผู้ปกครอง และการเลี้ยงดูของครอบครัว), ปัจจัยทางด้านเพื่อน (อิทธิพลของเพื่อนและพฤติกรรมของเพื่อน), ลักษณะการใช้งานอินเตอร์เน็ต (เวลา,สถานที่ และกิจกรรมบนอินเตอร์เน็ต), ปัจจัยทางด้านการได้รับสิ่งจูงใจโดยบังเอิญ (คนแปลกหน้า,โฆษณา,อีเมลล์, การค้นหาข้อมูล)  ต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการ ใช้ห้องสนทนา, เข้าเวปไซค์, เล่นเกมส์ออนไลน์ และ ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานาน (> 4 ชั่วโมงต่อครั้ง)
          จากการวิเคราะห์ Univariate analysis พบว่า เกรดเฉลี่ย และ เกรดเฉลี่ยสะสม, ปัจจัยทางด้านเพื่อน, รายได้ของพ่อและแม่, การเลี้ยงดูของครอบครัวและตำแหน่งที่ตั้งของคอมพิวเตอร์ภายในบ้านมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตที่ไม่เหมาะสม และจากการวิเคราะห์ Multivariate analysis แสดงให้เห็นว่า เพศชาย, นักเรียนที่เรียนสายศิลป์-ภาษา, การพบเวปไซค์ลามกอนาจารผ่านเวปค้นหาข้อมูล (search engine), การได้รับการชักจูงจากคนแปลกหน้าให้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเพศ, การพบเห็นโฆษณาสื่อลามกอนาจารบนเวปไซค์, การได้รับอีเมลล์ที่มีเนื้อหาลามกอนาจาร, การใช้อินเตอร์เน็ตมากกว่า 4 ชั่วโมงต่อครั้ง หรือ มากกว่า 6 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตที่ไม่เหมาะสม
          ดังนั้นการลดระยะเวลาและจำนวนครั้งในการใช้งานอินเตอร์เน็ต, การใช้โปรแกรมกรองเวปไซค์ที่ไม่เหมาะสมเพื่อลดปัจจัยทางด้านการได้รับสิ่งจูงใจโดยบังเอิญ, การควบคุมพฤติกรรมการใช้ห้องสนทนาจะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตที่ไม่เหมาะสมได้ นอกจากนี้ผู้ปกครองควรติดตั้งคอมพิวเตอร์ในห้องส่วนรวมและให้ความสนใจต่อการเลี้ยงดูบุตรหลาน, การใช้อินเตอร์เน็ต และลักษณะของเพื่อนที่คบ

132 หน้า.